ขั้นตอนและกระบวนการผลิตเหล็ก

ทราบหรือไม่ กว่าจะมาเป็น ‘เหล็ก’ ที่เราใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องผ่านขั้นตอนและกระบวนการผลิตอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกท่านได้ทำความรู้จักและใช้งานกันอย่างเข้าใจมากขึ้น SMK Steel จึงขอมาอธิบายขั้นตอนและกระบวนการผลิตเหล็กในบทความนี้

การแยกผลิตภัณฑ์เหล็กตามขั้นตอนและกระบวนการผลิต

เพื่อให้การอธิบายขั้นตอนและกระบวนการผลิตสามารถเห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น จึงขอแยกผลิตภัณฑ์เหล็กตามขั้นตอนและกระบวนการผลิต ดังนี้

1) เหล็กขั้นต้น

ในส่วนของเหล็กขั้นต้นจะเริ่มจากการเป็นสินแร่เหล็ก (วัตถุดิบหลักในการดึงเอาเนื้อเหล็กออกมา) ผ่านขั้นตอนการถลุง ให้เหล็กเอาสินแร่ไปผ่านกระบวนการจนเหล็กเข้มข้นสูงขึ้น ผ่านกระบวนการต่างๆ จนออกมาเป็นเหล็กถลุง (ประกอบไปด้วยคาร์บอนสูง 4.5%) หรือเหล็กพรุน สังเกตได้จากโดยรอบมีรูพรุน (ประกอบไปด้วยคาร์บอนสูง 4.5% เช่นกัน)

2) เหล็กชั้นกลาง

เหล็กขั้นกลางจะเป็นเหล็กที่นำเอาเหล็กชั้นต้น ไม่ว่าจะเหล็กถลุงหรือเหล็กพรุน (รวมถึงเศษเหล็ก) มาผ่านกระบวนการหลอมด้วยความร้อนสูงประมาณ 1600 °C จนเหล็กเกิดการหลอมเหลวกลายเป็นเหล็กกล้าดิบจนมีลักษณะจากของแข็งกลายเป็นของเหลวก่อนจะได้ผลิตภัณฑ์ออกมาในรูปแบบเหล็กแท่งหล่อ และ เหล็กต่อเนื่อง ในรูปแบบของเหล็กแท่งเล็ก เหล็กแท่งใหญ่ และเหล็กแท่งแบน ส่วนอีกผลิตภัณฑ์จะเป็นเหล็กกล้าเหลว

ทั้งนี้ หากเกิดสิ่งสกปรกปลอมปนระหว่างการหลอมเหลวจะเรียกว่า สแลก ก็จำเป็นจะต้องรีบกำจัดก่อนเทน้ำเหล็กหลอมเหลวลงสู่แม่พิมพ์แบบหล่อเหล็ก เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์จากเหล็กกล้าดิบออกมามีคุณภาพสูง

3) เหล็กชั้นปลาย

เมื่อได้เหล็กที่ผ่านมาจากกระบวนการกลายเป็นเหล็กขั้นกลางแล้วจะมีการแบ่งผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเหล็กชั้นกลางแต่ละประเภท ดังนี้

  • เหล็กแท่งเล็ก : ผลิตภัณฑ์เหล็กที่นิยมรีดออกมาก็คือ เหล็กเส้น เหล็กลวด เหล็กเพลาดำ เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ(ขนาดเล็ก) ลวดเหล็ก ลวดเหล็กทนแรงดึงสูง เป็นต้น
  • เหล็กแท่งใหญ่ : หลังจากผ่านการรีดแล้วจะได้เหล็กโครงสร้างรูปพรรณรีดร้อน เช่น เหล็กฉาก เหล็กรูปรางน้ำ H-Beam I-Beam เหล็กเพลาดำ เป็นต้น
  • เหล็กแท่งแบน : เมื่อผ่านการรีดร้อนแล้วจะได้เหล็กแผ่นรีดร้อน สามารถตัดสินใจได้ว่าจะนำไปใช้ทำอะไรต่อไป เช่น ขึ้นรูปเย็นเป็นเหล็กเส้น ขึ้นรูปแล้วนำไปเชื่อมเป็นท่อ ขึ้นรูปเย็นแล้วเคลือบเป็นเหล็กแผ่น เป็นต้น
  • เหล็กกล้าเหลว : หลังจากผ่านการหล่อแล้วจะได้เหล็กกล้าหล่อรูปพรรณ

4) ผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง

ในส่วนของผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องจะไม่ใช่ขั้นตอนหรือกระบวนการผลิตเหล็ก แต่เป็นการที่อุตสาหกรรมต่างๆ นำผลิตภัณฑ์เหล็กชั้นปลายไปใช้ประโยชน์สร้างผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง เช่น งานก่อสร้าง ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ บรรจุภัณฑ์ เป็นต้น

สรุปขั้นตอนและกระบวนการผลิตเหล็ก

หลังจากเห็นภาพรวมผลิตภัณฑ์เหล็กในแต่ละกระบวนการผลิตแล้ว SMK Steel จะขอมาสรุปเพิ่มเติมในส่วนของขั้นตอนและกระบวนการผลิตเหล็ก ทั้ง 6 ขั้นตอน ดังนี้

1) เตรียมวัตถุดิบ

ขั้นตอนแรกที่ขาดไม่ได้คือ การเตรียมวัตถุดิบอย่าง ‘สินแร่เหล็ก’ จากสินแร่ที่มีค่ามากที่สุด (มีเปอร์เซ็นต์ของเหล็กเป็นองค์ประกอบที่สูงมาก) นั่นก็คือ แร่ฮีมาไทต์ และแร่ทาโคไนต์ เพื่อนำไปแปรสภาพให้เป็นเหล็กกล้า ด้วยการถลุง

2) แต่งแร่และนำไปถลุง

หลังจากเตรียมวัตถุดิบ เพื่อจะนำไปผลิตเหล็กแล้วก็เริ่มเข้าสู่กระบวนการผลิต ด้วยการแต่งแร่ให้มีคุณสมบัติทางเคมีเหมาะสมแก่การนำเข้าขั้นตอนการถลุงเหล็กแยกเหล็กออกจากสิ่งเจือปนตามธรรมชาติคัดเฉพาะเหล็กให้มีเปอร์เซ็นต์ในส่วนของเหล็กเข้มข้นสูงขึ้น ผ่าน 2 วิธี ได้แก่ การพ่นลมในเตาปล่องสูง และการลดออกซิเจน ด้วยการใช้ก๊าซมีเทนทำหน้าที่เป็นเชื้อเพลิงให้เกิดความร้อนสูงและลดออกซิเจนลงในที่สุด

3) หลอมเหล็ก

เมื่อได้เหล็กถลุงหรือเหล็กพรุน (รวมถึงเศษเหล็กหลังจากการถลุง) มาแล้วเรียบร้อยก็จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการหลอมเหล็กห้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงประมาณ 1600 °C จนเหล็กเกิดการหลอมเหลวให้เหล็กเกิดการออกซิเดชั่นจนลดปริมาณคาร์บอนและฟอสฟอรัสลง ก่อนจะปรับปรุงองค์ประกอบทางเคมี

4) ปรับปรุงองค์ประกอบทางเคมีของเหล็ก

ด้วยความที่ระหว่างการหลอมมักจะเกิดการปลอมปนที่แยกตัวออกมา เรียกว่า สแลก เช่น ออกไซด์ ซิลิเกต เป็นต้น จึงต้องแยกสารเจือปนเหล่านี้ออกจากเหล็กให้มีความบริสุทธิ์สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อความทนทาน อายุการใช้งาน และพื้นผิวสวยงาม

5) การหล่อขึ้นรูปเหล็ก

ในส่วนขั้นตอนของการหล่อขึ้นรูปเหล็กจะเริ่มจากการพิจารณาวิธีหล่อให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์เหล็กแต่ละประเภทที่สุด เช่น ขนาด รูปร่าง เกรด ราคา จำนวน ชนิดและความเรียบ เป็นต้น โดยวิธีการหล่อขึ้นรูปเหล็กจะนิยมทำ 2 วิธี ได้แก่

  • การหล่อเหล็กเป็นแท่งโลหะ (Ingot) : ใช้น้ำเหล็กกล้าหลอมเหลวเทลงบนแบบหล่ออยู่กับที่
  • การหล่อแบบต่อเนื่อง (Continuous) : หล่อเหล็กเป็นผลิตภัณฑ์กึ่งสำเร็จรูป โดยการนำน้ำเหล็กหลอมเหลวไหลผ่านแบบหล่อ (Mold) อย่างต่อเนื่องจนแข็งตัว ได้แก่ Billet, Bloom หรือ Slab นำไปแปรรูปต่อง่าย ซึ่งปัจจุบันนิยมวิธีนี้สูงสุด

6) แปรรูปเหล็ก

ขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นกระบวนการขึ้นรูปให้ได้ทรงและขนาดตามต้องการก่อนนำไปใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยปัจจุบันนิยมทั้งการแปรรูปเหล็กแบบร้อนและการแปรรูปเหล็กแบบเย็น

เมื่อทำความเข้าใจกับผลิตภัณฑ์เหล็กในแต่ละขั้นและกระบวนการผลิตเหล็กเรียบร้อยแล้ว หวังว่า บทความนี้จะช่วยให้ทุกท่านเข้าใจ ‘เหล็ก’ มากขึ้น และมั่นใจได้ว่า SMK Steel จะใส่ใจในการผลิตเหล็กทุกขั้นตอน โดยเฉพาะเหล็กแผ่นที่มีความหนาพิเศษ ซึ่งได้รับการยอมรับในหลากหลายอุตสาหกรรมมาอย่างต่อเนื่อง เพราะเหล็กแผ่นอาจมีทั่วไป แต่เหล็กแผ่นที่มีคุณภาพสูง คุ้มค่าแก่การลงทุน จำเป็นต้องใส่ใจให้มากกว่า ‘คิดถึงเหล็กแผ่น อย่าลืมนึกถึง SMK Steel เท่านั้น!’

Share :

Scroll to Top
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.